สื่อนอกเผยบทความ ว่าด้วยมรดกอันแท้จริงที่ในหลวง ร.9 ทรงทิ้งไว้แก่ชาวไทย

2718

kingfile4



วอชิงตันโพสต์ ลงบทความยกย่อง ความชอบธรรมทางการเมืองที่โดดเด่น คือมรดกอันแท้จริงที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทิ้งไว้ให้แก่ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2559 เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ ได้เผยแพร่บทความซึ่งเขียนโดย ดร.ไนเจล กูลด์-เดวีส์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งยกย่องว่า ความชอบธรรมทางการเมืองที่โดดเด่นนั้น คือมรดกอันแท้จริงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทิ้งไว้ให้แก่ประเทศไทย หลังการครองราชย์ยาวนาน 70 ปี และอีกหนึ่งในความสำเร็จของพระองค์ก็คือพลิกโฉมประเทศเกษตรกรรมที่ยากจนให้รุ่งเรืองขึ้นจนมีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง

kingfile1

โดยในบทความดังกล่าวระบุว่า สถาบันกษัตริย์ของไทยนับเป็นความชอบธรรมทางการเมืองที่มีรูปแบบเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ประเทศรอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของภูมิภาคที่แสนวุ่นวายนี้ นั่นคือเหตุผลที่ความชอบธรรมกลายมาเป็นรากฐานสำคัญสุดของการเมืองทุกรูปแบบ

ท่ามกลางสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ ซึ่งประชาชนยินยอมเชื่อฟังรัฐบาลที่คัดเลือกมาผ่านกระบวนการเลือกตั้งอย่างเสรีและยุติธรรม ผู้มีอำนาจในหลายรัฐบาลทั่วโลกต่างก็ต้องรับมือกับความท้าทายนี้ มีไม่น้อยที่แกล้งทำตัวเป็นประชาธิปไตย ใช้ลูกเล่นผ่านกระบวนการเลือกตั้งเพื่อทำให้แน่ใจว่าตนยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป บ้างก็นำเรื่องอดีตมาเป็นข้อเรียกร้อง บ้างก็สร้างภาพอนาคตในอุดมคติมาชักจูงใจ หรืออ้างว่าเป็นการปกครองในนามของพระเจ้า มีผู้นำแค่ไม่กี่รายที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน จากบุคลิกลักษณะที่เต็มไปด้วยคุณงามความดี

ท่ามกลางสภาพปัญหาต่าง ๆ ไทยกลับพบการแก้ปัญหาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพและหลอมรวมความชอบธรรมหลายประการ ทั้งประเพณีดั้งเดิม ความเป็นสมมติเทพ คุณสมบัติพิเศษที่ดึงดูดใจ ขณะเดียวกันก็ยังเอื้อต่อการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของเศรษฐกิจ ความชอบธรรมที่มีความแตกต่างกันนี้ ได้ก่อให้เกิดบทบาทของผู้ที่มีอำนาจมากมายมหาศาลในเชิงคุณธรรม ที่สูงล้ำขึ้นไปยิ่งกว่าอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

นับจากวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขึ้นครองราชย์ในขณะที่ทรงพระเยาว์ เมื่อปี 2489 พระองค์ทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อราษฏรในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งยังทรงเป็นผู้นำในด้านการใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียงอันเป็นแบบอย่าง ทำให้พระองค์ได้รับความเคารพนับถือและความจงรักภักดีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นฐานอำนาจของพระองค์

rice2

นอกจากนี้ ความชอบธรรมอันมากล้นของพระองค์ยังเกิดจากพระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ทรงอุทิศเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ขณะที่พระราชดำรัสเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” หลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ได้กลายมาเป็นแสงส่องทางเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นเหมือนทางสายกลางระหว่างความต้องการพื้นฐานและการพัฒนาที่มีควาสมดุล ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์

นอกจากนี้พลังอำนาจในเชิงคุณธรรมของพระองค์ยังมีอำนาจเหนือกว่ากลุ่มคนมีปืน ดังจะเห็นจากตัวอย่างในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในกรุงเทพฯ พระองค์ทรงเรียกตัว พล.อ. สุจินดา คราประยูร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำฝ่ายต่อต้าน ให้เข้าเฝ้าฯ พร้อมทำการตักเตือนทั้งคู่ ทำให้วิกฤตคลี่คลายลง

ไม่มีประเทศอื่นใดที่มีการผสมผสานระหว่างความสง่างามและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบนี้ ในประเทศยุโรปตะวันตกเชื้อพระวงศ์เป็นเสมือนหัวโขนที่ไม่มีอำนาจ แต่พระมหากษัตริย์ของไทยกลับสามารถสร้างบทบาทที่ทรงอำนาจได้ด้วยพลังแห่งการทำตัวเป็นแบบอย่าง แทนการออกคำสั่ง

การจำแนกเรื่องการเมืองของไทยนับเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับนักรัฐศาสตร์ เนื่องจากบทบาทที่มีเอกลักษณ์ของพระมหากษัติย์ ซึ่งทรงได้รับความเคารพรักจากประชาชน นับเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดในการทำความเข้าใจตามแบบการเมืองตะวันตก ซึ่งมักมุ่งเน้นผลประโยชน์ ส่วนสถาบันต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องคุณงามความดี ประเพณีและความเชื่อในเรื่องสมมติเทพ ว่าจะมีอำนาจอย่างแท้จริงในทางการเมือง

แม้ว่าตลอดการครองราชย์ที่ยาวนานของพระองค์ จะมีอัตราการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญสูงที่สุดในโลก แต่นั่นก็ช่วยในการรักษาเสถียรภาพของประเทศไว้ได้ ช่วยให้ไทยรอดพ้นจากการถูกปกครองโดยกองทัพที่โหดร้ายอย่างในพม่า ความขัดแย้งและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในแถบอินโดจีน รวมถึงการนองเลือดหลายต่อหลายครั้งในอินโดนีเซีย ทั้งยังช่วยนำพาประเทศผ่านอันตรายในช่วงสงครามเย็น เป็นถนนที่พาไปสู่ยุคใหม่โดยที่เจอกับการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าชาติเพื่อนบ้านส่วนใหญ่

แบ่งปัน