อ่านแล้วน้ำตาซึม…เรื่องเล่าจากช่างภาพถวายงาน..หลังพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง ร.9 เมื่อ 5 ธ.ค. 2555

1231

อ่านแล้วน้ำตาซึม เรื่องเล่าจากตากล้องบ้านนอก  หลังพระราชพิธีเฉลิมฉลอง 5 ธันวาคม 2555



วันนี้ (21 ต.ค. 59) เพจ ตามรอยพ่อ ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวจากคุณวสันต์ วณิชชากร ที่ได้เปิดเผยเหตุการณ์ภายหลังงานพระราชพิธี 5 ธันวาคม 2555 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิตโดยระบุว่า

 ‘เมื่อพระราชพิธีดำเนินเสร็จสิ้น พระที่นั่งที่ทรงประทับอยู่ก็เคลื่อนถอยหลังเข้าไปด้านใน พร้อมกับม่านที่ค่อยๆ เลื่อนมาปิด…พระองค์ท่านทรุดพระวรกายลงไปกับที่พิงของเก้าอี้พระที่นั่ง ทรงขืนพระวรกายที่ยังไม่แข็งแรงดี กับเครื่องทรงที่มีน้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม ยันพระวรกายไว้ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องเป็นเวลานาน เพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้เห็น…ได้ชื่นชมพระบารมี‘

“เรื่องเล่าผ่านวิวไฟน์เดอร์ ช่างภาพบ้านนอก” โดยคุณวสันต์ วณิชชากร

เมื่อครั้งในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธี 5 ธันวาคม 2555 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต พระบรมรูปทรงม้า

วันชื่นคืนสุข วันที่เหล่าพสกนิกรของพระองค์ต่างเฝ้ารอที่จะได้เห็น ได้ชื่นชมพระบารมี ทุกคนไม่ว่าใกล้ไกล ต่างเดินทางมาจับจองพื้นที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ใครมาก่อนก็อยู่ด้านหน้า ใครมาหลังก็อยู่ถัดออกไป บางกลุ่มบางคนมานั่งจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำก่อนวันงาน

ในฐานะช่างภาพที่ต้องเข้าถวายงาน พวกเราต้องเข้าจุดที่ทางราชการจัดให้ไว้ตั้งแต่ตี4 ตี5 เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเข้าไปที่จุดที่กำหนดไม่ได้เลย เพราะมีประชาชนแน่นขนัดไปทุกตารางนิ้ว เราขอใช้คำว่าตารางนิ้ว เพราะคนที่ได้ไปในวันนั้นทุกคนจะสัมผัสได้ว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อพระราชพิธีได้เริ่มขึ้น ท่ามกลางเสียงตะโกนร้อง “ทรงพระเจริญ“ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ขนลุกแล้ว ขนลุกอีก แม้ตัวช่างภาพบ้านนอกจะเคยเข้าถวายงานมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งพระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้

ผมมองพระพักตร์ของพระองค์ท่านผ่านวิวไฟน์เดอร์ (ช่องมองภาพในกล้อง) ติดเลนส์เทเล (เลนส์ที่ใช้ดึงภาพที่ไกลให้มาใกล้) ระยะไกลขนาดใหญ่อยู่ตลอดเวลา ไม่ทิ้งตาจากวิวไฟน์เดอร์ไปไหน

 

ในการเสด็จออกมหาสมาคมครั้งนี้ พระองค์ท่านเพิ่งหายจากพระอาการประชวร พระพักตร์ของพระองค์ที่มองผ่านวิวไฟน์เดอร์ดูเหนื่อยและอ่อนล้า  พระองค์รับสั่งด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเทา แผ่วเบา จนข้าพเจ้าแอบน้ำตาเอ่อซึม เพราะพระองค์ท่านคงเหนื่อยทั้งกายและใจกับเรื่องราวในประเทศที่ผ่านมา

ในท้ายสุดของราชพิธี เมื่อทุกอย่างดำเนินไปเสร็จสิ้น พระที่นั่งที่ทรงประทับอยู่ก็ค่อยๆ เคลื่อนถอยหลังเข้าไปด้านใน พร้อมกับม่านที่ค่อยๆ เลื่อนมาปิด

วินาทีนั้น ภาพที่มองเห็นผ่านวิวไฟน์เดอร์ผ่านเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล 600 มม. “พระองค์ท่านค่อยๆ ทรุดพระวรกายลงไปกับที่พิงของเก้าอี้พระที่นั่ง” ด้วยชุดคลุมทองทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ พร้อมเครื่องแบบเต็มยศ ที่มีน้ำหนักถึง 20 กิโลกรัม (ผมเพิ่งได้ความรู้จากกรมวังในวันที่ได้เข้าไปถ่ายภาพพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพในวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา )

โอ้พระองค์ … กับเครื่องทรงที่มีน้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม พระองค์ทรงขืนพระวรกายที่ยังไม่แข็งแรงดีของพระองค์ ยันพระองค์เองเอาไว้ด้วยเวลาเนิ่นนานหลายชั่วโมง ท่ามกลางแสงแดดร้อนที่สาดส่องทั่วบริเวณ เพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้เห็น..ได้ชื่นชมพระบารมี

หลังวิวไฟน์เดอร์ ที่เคยมีน้ำตาที่แค่เอ่อๆ แต่ไม่ไหลล้น คราวนี้มันไหลล้นออกมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ว่า“ผมรักในหลวงเหลือเกิน”

#ช่างภาพบ้านนอก #เรารักในหลวง #ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

ที่มา : mthai และ เพจ ตามรอยพ่อ

แบ่งปัน