จำได้มั้ยยยยย!!! โศกนาฏกรรมรัก “ชั่วฟ้าดินสลาย” ที่แท้มาจากเรื่องจริง สมัย ร.5 เองหรอเนี่ย!!!

1175

ประวัติตวามเป็นมาของบ้านที่สวยที่สุดในอดีตของคลองสวนหมาก “บ้านพะโป้” เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังรูปแบบไทยผสมตะวันตก ประดับด้วยไม้ฉลุลายอย่างประณีตเป็นบ้านของ พะโป้ คหบดีชาวพม่า ซึ่งมีอาชีพค้าไม้ที่บริเวณปากคลองสวนหมาก เมืองนครชุม ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้ซื้อบ้านมาจากพระยาราม ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2449 ได้เสด็จเยือนบ้านพะโป้ จนเป็นที่มาของชื่อ บ้านห้าง ร.5



ตามประวัติกล่าวว่า มองสุภอ หรือ พระยาตะก่า พี่ชายพะโป้ ได้เข้ามาขอรับเช่าทำการค้าไม้ จากพระยากำแพงเพชร (อ่อง) ในราวปลายรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2418 จนถึงปี พ.ศ. 2418 ได้ถึงแก่กรรม ต่อมา ปี พ.ศ. 2429 พะโป้ได้เริ่มทำการค้าไม้ โดยตั้งบ้านเรือนที่บริเวณปากคลองสวนหมาก ซึ่งเป็นทำเลในการชักลากลำเลียงซุงไม้จากป่า ส่งลงไปยังเมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าไม้ ที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือตอนล่างด้วยความมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา พะโป้ และ พระยาตะก่า (พี่ชาย) ได้ร่วมกัน บูรณะองค์พระเจดีย์และยกยอดฉัตร วัดพระบรมธาตุเจดียาราม ที่นครชุมแห่งนี้ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ใกล้วัดสว่างอารมณ์ ใครที่เคยดูภาพยนตร์ เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย ที่เป็นวรรณกรรมสุดอมตะ และเป็นบทภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรัก เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมรักของ ชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย “พะโป้” หนึ่งในตัวละครของนวนิยายชื่อดังที่ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชั่น ชั่วฟ้าดินสลาย

ซึ่งเป็นเรื่องราวของคหบดีชื่อ พะโป้ นายห้างค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงที่มาทำธุรกิจในเมืองกำแพงเพชรได้พบรักกับยุพดี หญิงสาวสวยและตกลงใจพาเธอมาอยู่ด้วยกันที่กำแพงเพชร พะโป้มีหลานชื่อ ส่างหมอง เป็นหนุ่มรูปงาม ต่อมายุพดีกับส่างหมองเริ่มรักกันและมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง จนพะโป้จับได้และใส่โซ่ตรวนทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันเกิดเป็นโศกนาฎกรรมขึ้นก่อนหน้านี้หลายคนอาจคิดว่า ชั่วฟ้าดินสลาย อาจเป็นนวนิยายที่ มาลัย ชูพิจิ แต่งขึ้นโดยไร้ข้อเท็จจริง ทว่าพะโป้กลับมีตัวตนในประวัติศาสตร์ เป็นคหบดีชาวกะเหรี่ยงที่เข้าทำการค้าไม้ที่นครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งในชีวิตจริงพะโป้มีคู่ชีวิตชื่อแม่ทองย้อย ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่ของบ้านคลองสวนหมากมีบุตรกัน 4 คน เป็นต้นสกุลของ “รัตนบรรพต” ตามหลักฐานพระราชหัตเลขาของรัชกาลที่ 5 ยังทรงบันทึกว่า “เมียเป็นไทย ชื่อว่าอำแดงท่องย้อยเป็นบุตรผู้ใหญ่บ้านวันแลอำแดงไท ตั้งบ้านเรือนอยู่ติดกันในที่นั้น ได้ขึ้นถ่ายรูปที่หน้าบ้าน 2 บ้านนี้”

พะโป้ได้เสียชีวิตในช่วงรัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2460) หลังจากนั้นกิจการทำไม้ของพะโป้ก็ตกเป็นของบริษัททำไม้แห่งหนึ่ง (ไม่ระบุชื่อ) จนเมื่อไม้มีไม่พอทำแล้ว บริษัทก็ปิดที่ทำการนี้ลง และบ้านห้างก็ถูกทิ้งนับตั้งแต่นั้น การทำไม้ตกอยู่กับบริษัทการทำไม้ใหญ่ แต่เรื่องราวของพะโป้ยังคงถูกเล่าขานในชุมชนนครชุม ปัจจุบันบ้านพะโป้ทรุดโทรมลงไปมาก สภาพที่ยังคงรูปแบบเป็นบ้านสมัยเก่าอยู่แต่ไม้ผุพังแล้ว จะมีป้ายเขียนว่า “ห้ามขึ้นบนบ้าน” แม้จะเป็นทรัพย์สินของนายทุนต่างพื้นที่ แต่ชาวบ้านยังคงรักษาตามสภาพ ปลูกดอกไม้ ตัดหญ้า เพราะที่นี้คือหลักฐานที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนนครชุม ชาวบ้านที่นี้จะรู้จักกันว่า “บ้านห้าง ร. 5”

แบ่งปัน