สุดรันทด!! นี้ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร..เมื่อชีวิตของสาวสวยต้องกลายเป็นแบบนี้!?…เพราะผู้ชายเพียงคนเดียว..แต่เธอผ่านมันมาได้!? โคตรเข้มแข็ง!! นี่สิตัวอย่างผู้หญิงสู้ปัญหา!! (ชมเรื่องราว)

1121

เปิดใจกันแบบหมดเปลือกกับเรื่องราวสุดแสนดราม่าอดีตชีวิตที่บัดซบของ นักธุรกิจสาวนามว่าหญิง ขนิษฐา กุลสุมิตราวงศ์ หรือในเฟสบุค Khanittar Koonsumitarwong ถึงเรื่องราวอันเจ็บปวดและขมขื่น มีชีวิตรักและครอบครัวที่ไม่สมหวัง มีผัวแต่ไม่มีความรับผิดชอบ แล้วพอทำเธอท้องกลับบอกว่าไม่ใช่ลูกของตัวเองแถมยังไล่ให้เธอไปทำแท้งอีก หญิง เปิดใจทั้งน้ำตากับเรื่องราวสะเทือนใจจากลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดมาว่าจะมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับตัวเอง



2

“หนูเรียนจบมหิดลมาค่ะ แล้วมาทำงานประจำได้เงินเดือนประมาณ 8,000 จนได้มารู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งที่เรามอบความรักให้และมั่นใจว่าเขาจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี แต่เรื่องมันก็มีอยู่ว่า พอหนูไปย้ายอยู่บ้านผู้ชายหลังเราแต่งงานกันเรียบร้อย เขาก็ไม่ใยดีกับเรายิ่งพอเขารู้ว่าเราท้อง เขาก็พยายามบอกให้เราทำแท้ง!! ที่แย่มากคือเขาบอกว่าที่ท้องเนี่ยมันไม่ใช่ลูกเขา!! แล้วก็บอกว่าต้องตรวจดีเอ็นเอนะ พี่รู้มั้ยหนูแบบร้องไห้หัวใจสลายมาก ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ แต่เพราะหนูรักเขาและอยากให้เป็นครอบครัวที่มีพ่อแม่อยู่ครบ หนูเลยได้แต่อดทนแต่ในใจมันเป็นทุกข์มาก แล้วพอลูกออกมาหน้าเหมือนเขามาก เขาเลยไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่ในระหว่างนั้น เขาพยายามทำทุกอย่างที่จะไม่ต้องรับผิดชอบ พอคลอดออกมาหนูเองคลอดแบบผ่าตัดนอนอยู่ในโรงพยาบาล 4 คืนโดยไม่มีใครมาเฝ้าและต้องดูแลลูก แถมผ่าคลอดขยับไม่ได้ทำอะไรไม่ได้นอนอยู่อย่างนั้น ค่าฝากท้องกับค่าคลอด หนูก็จ่ายเองนะ เขาไม่เคยควักสักบาท”

3

แฟนพยายามรบเร้าให้หญิงไปทำแท้ง หลายรอบ รู้เต็มอกว่าชีวิตแย่แค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยแม้แต่สักวินาทีเดียวที่จะทำแท้ง “แฟนเขาพยายามให้เราทำแท้ง แต่เรายืนหยัดคำเดิมว่าไม่! ไม่เคยเลยแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของความคิดที่จะทำแบบนั้น ถึงเขาจะไม่แคร์ชีวิตหญิงกับลูก เราก็ไม่ต้องไปแคร์เขาค่ะ ถามว่าตอนที่หนูคลอดน้องออกมาเขามาเยี่ยมมั้ย มาค่ะแต่ไม่ได้มาดูแล มาแล้วก็ไป จนวันหนึ่งพ่อหนูเขามาเจอว่าเรานอนอยู่ในห้องคนเดียวกับลูก ก็เลยสังเกตว่ามันเริ่มผิดปกติ พ่อถามว่าแฟนไปไหน พี่หนูไม่รู้จะตอบว่าไงเลยบอกพ่อว่าเขาไปทำงาน แต่ความจริงสามีไปเที่ยวกลางคืนอยู่”

4

ยิ่งกว่าในละครน้ำเน่า หญิง เผยว่าหลังจากที่คลอดน้องแล้วออกจากโรงพยาบาลมาก็ต้องกลับมาอยู่บ้านสามีโดยที่ไม่มีใครดูแล ใจไม้ไส้ระกำเหลือเกิน “พอกลับมาบ้านก็ไม่คนช่วยดูแล หนูต้องดูแลน้องอยู่คนเดียว ทำอะไรทุกอย่างเอง ไม่มีใครมาคอยผลัดเปลี่ยน ทำทุกอย่างเองหมดเลยนะพี่ แต่เขานอกจากจะไม่ดูแลใส่ใจหนูและลูกแล้ว ยังพยายามทำทุกอย่างให้เราออกจากบ้านเขา แบบทำให้ทุกอย่างให้หญิงทนไม่ไหวเพื่อจะได้ไปให้พ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ทางบ้านสามีเลยออกมาบอกกับหนูว่าถ้าหนูออกไป จะไม่ปล่อยปะละเลยหรอก จะไม่ทิ้งขว้าง ส่งเสียเงินทองให้เป็นค่าเลี้ยงดูแต่พอหนูออกมา กลับมาอยู่บ้านหนูเขาไม่ติดต่อหนูเลย บอกให้เราไปเปิดบัญชีน้องไว้ แต่พอเราติดต่อไปเรื่องค่าเลี้ยงดูจากฝ่ายชาย เขาก็พยายามบ่ายเบี่ยงไม่คุยถึง จากนั้นหนูบอกว่าถ้าไม่ช่วย หนูจะฟ้องค่าเลี้ยงดู เขาก็บอกว่าเลยไม่กลัว เพราะไม่ได้จดทะเบียนกัน”

“พี่เชื่อมั้ยตอนที่หนูท้องนอกจากจะไม่ดูแลเรา เขายังมาขอเงินหญิงใช้ ค่าเสื้อผ้า ไปเที่ยวทุกคืน ไปเที่ยวดึกๆตีสองตีสามตีห้า ใช้ให้เราออกไปซื้อของให้กลางดึกคนท้องอ่ะพี่ คิดดูเขายังไม่สนใจ เขาก็บอกว่าเห็นมั้ยละบอกให้ไปทำแท้งมีลูกก็ลำบากแบบนี้แหละ แล้วตอนที่คลอดน้องออกมาเขาไม่เคยสนใยดี ทำเหมือนว่าไม่ใช่ลูกเขา ครั้งหนึ่งหนูเข้าไปอาบน้ำได้ยินเสียงลูกร้องไห้ เลยตะโกนบอกแฟนให้ดูลูกหน่อยแต่เขาไม่สนใจ ลูกนอนร้องไห้อยู่ใกล้ๆตีนเขานั่นแหละ เขาเหมือนทำไม่สนใส่หูฟัง พอออกมาหนูถามว่าทำไมไม่สนใจลูกเลย เกิดลูกนอนหัวขมำหายใจไม่ออกตายขึ้นมาจะทำยังไง พี่เชื่อมั้ย ว่าเขาบอกหนูว่ายังไง เขาบอกว่าดูหนังอยู่!! แค่นี้ แล้วทำเป็นไม่สนใจ เขาก็ไม่ใช่เด็กๆนะอายุก็เยอะแล้ว แต่ยังคิดไม่ได้ ยังชอบเที่ยวกลางคืน เจ้าชู้ ชอบเช็คเรตติ้ง ชอบเที่ยวสบายไปวันๆ”

“แล้ววันที่หนูออกมาจากบ้านเขา หนูไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนะค่ะ มีแค่ผ้าอ้อมแพมเพิร์สลูกมาผืนเดียว เงินก็ไม่มีเพราะเขาไม่ให้ บอกให้เราไปเหมือนหมูเหมือนหมา เราเป็นคนนะเรามีลูกนะทำแบบนี้มันใจดำเกินไป แต่หนูก็คิดว่าถ้าขืนอยู่ต่อไปสภาพจิตใจเราและลูกทุกข์ทรมานแน่ๆ ขอไปตายเอาดาบหน้า ตอนแรกหนูจิตตกมาก เพราะระหว่างท้องไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินทุนทำอะไร ไม่อยากไปกู้ยืมเงินเขามา หนูเลยเอารถหนูไปค้ำประกันได้เงินมาแสนหนึ่ง แล้วมาเริ่มลองทำสินค้าแบรนด์ตัวเอง แล้วลองโพสขายของออนไลน์ในเฟสบุคในอินเตอร์เน็ตบ้าง ตอนแรกที่หนูเริ่มทำธุรกิจทุกคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก ก็จะเบ๊ะปากเบ๊ะหน้าใส่ทุกครั้งเวลาที่หญิงบอกว่า เราขายของออนไลน์ หนูเคยทำงานประจำจบมาอย่างที่บอก ทำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 9โมงเช้าถึง 3-4 ทุ่มไม่คุ้มเลย ไม่อยากทำอีกแล้วงานประจำ เพราะรู้ตัวเราว่าเป็นคนขยัน หาอะไรทำของเราเองดีกว่า ทุกวันนี้ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร มีแต่เป็นนายตัวเอง อยากทำงานเวลาไหนก็ได้ อยากทำตอนไหนก็ได้อยากตื่นนอนตอนไหนก็ได้ แรงบันดาลใจของหญิงคือลูก จริงๆต้องขอบคุณจุดเปลี่ยนวันนั้นที่หญิงตัดสินใจออกมาจากบ้านทำให้เป็นจุดผลักดัน พอหนูทำสินค้าของตัวเองออกมาขายออนไลน์ลูกค้าเริ่มติดรายได้เข้ามา ทุกวันนี้มีรายได้วัน 2-3 แสน 7 วันก็ได้เงินเป็นล้านสองล้าน ทุกอย่างไม่มีใครชี้นำหรือนำทาง มันเกิดจากที่เรากล้าลงทุน กล้าเสี่ยง และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ดูพฤติกรรมของผู้บริโภค ดูความต้องการของตลาด ออกไปพูดคุยกับแม่ค้าและศึกษาสินค้าในประเภทที่เราจัดจำหน่าย จึงทำให้ซิงเกิ้ลมันอย่างหนู มีชีวิตที่พลิกได้ขนาดนี้”

“จริงๆอยากจะบอกกับคุณแม่ทุกคนที่รู้สึกว่าชีวิตครอบครัวมันไม่ใช่ ทนอยู่ไปเพื่อผู้ชายให้มีครอบครัวที่ครบ อย่าดีกว่าค่ะ หญิงออกมาเป็นซิงเกิ้ลมัมก็มีความสุขดีกว่าอยู่บ้านที่สภาพแวดล้อมไม่ดี มันก็ไม่มีความสุข ยิ่งแม่ไม่มีความสุขลูกรับรู้ได้ สำหรับหญิง เองการออกมาเริ่มต้นทำงานใหม่ไม่อยากให้มองว่าลูกเป็นภาระ อยากมองว่าลูกเป็นแรงผลักดันเป็นสิ่งที่ดีกว่า หญิงไม่เคยมองลูกเป็นภาระ บางคนอาจคิดลูกเป็นภาระหรือไปทำแท้ง แต่หญิงไม่คิดแบบนั้น คิดอยู่อย่างเดียวว่าถ้าเราเลี้ยงดูเขาดี เราก็จะได้สิ่งดีๆกลับคืนมา”

“หญิงไม่อายนะที่แยกทางกับสามีมา ไม่ได้อยู่กันเป็นครอบครัวที่ครบพ่อแม่ลูก อาจจะมีคนนินทาบ้าง ยอมรับว่าตอนแรกจิตตกมาก ไม่อยากจะพูดไม่อยากตอบสังคม แต่ตอนนี้พร้อมแล้วพร้อมลุกขึ้นยืนพร้อมตอบคำถาม ชีวิตเราเปลี่ยนได้ไม่ต้องง้อไม่ต้องพึ่งผู้ชาย ไม่ว่าคนจะมองเรายังไงมันก็แค่ภายนอกเปลือกนอก แต่หนูยึดในหลักธรรมคุณความดี ไม่ได้หวังร้ายกับใคร อย่าเอาความคิดของอื่นมาทำลายความพยายามและแรงผลักดันของเรา หญิงอยากให้ซิงเกิ้ลมัมหลายคนที่ยังวนอยู่แต่ในความคิดเดิมๆจมอยู่กับอดีต เอาตัวเองออกมาค่ะ แล้วมองลูกเป็นแรงผลักดันตัวเอง ออกมาจากจุดนั้นให้ได้ เหมือน หญิง ซึ่งในวันนี้ทำทุกอย่างสู้มาทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของลูก”

แบ่งปัน