ร้องไปดิ 5 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ “หลักหมื่นเท่านั้น”ขาดทุนยับ แค่ไหนมาดูกันว่าเรื่องอะไรบ้าง

704


อันดับ 1 หมวยจิ้นดิ้นก้องโลก (เข้าฉาย 30 ม.ค.57)

ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ เรื่องราวของมิตรภาพใสๆ ความรักกุ๊กกิ๊ก กวนๆของวัยรุ่นสุดฮา ที่ต้องปฏิบัติภารกิจกอบกู้ร้านขายของชำของตระกูล ในวันที่มินิมาร์ทครองเมืองเรื่องนี้ทำรายได้แค่ 2.9 หมื่นบาทเท่านั้น พูดง่ายๆคนตี๋ตั๋วเข้าชมราว 200 คน

 อันดับ 2 หล่อลากไส้ (เข้าฉาย 25 เมย.56)

หนังแนวแฟนตาซีสุดแหวกแนวกึ่งแอนิเมชั่นที่ตัดสลับเหตุการณ์ที่เป็นคนแสดงกับเหตุการณ์ในการ์ตูน เป็นการต่อสู้ระหว่างเสือสมิงกับมนุษย์หมาป่า นำแสดงโดยดาราหน้าใหม่รูปหล่ออย่าง กานต์ กุลานุพงศ์ และณัฐวัตร ดีวงกิจ หรือแชมป์ เอเอฟ7 ทำรายได้ 5 หมื่นบาท

 อันดับ 3 เด็กสาว ( เข้าฉาย 8 พ.ย.55)

ผลงานกำกับเรื่องแรกของนักเขียนสุดติสต์ ฟ้า พูลวรลักษณ์ ว่าด้วยเรื่องมิตรภาพอันงดงามของ 5 เด็กสาวในช่วงมัธยมปลาย รับบทนำโดยนักแสดงโนเนมทั้งสิ้น ทำเงินไป 5.6 หมื่นบาท

 อันดับ 4 เก๋าเกรียน (เข้าฉาย 29 กย.55)

หนังผีตลกโปกฮา เกี่ยวกับขบวนการปราบผี นำแสดงโดยบอย เอเอฟ3 ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แม้จะได้บารมีดาวตลกอย่างค่อม ชวนชื่น โย่ง เชิญยิ้มมาช่วย ก็มิอาจโด่งดังได้ ทำเงินไป 5.7 หมื่นบาท

 อันดับ 5 สมาน-ฉัน (เข้าฉาย 3กย.53)

หนังโรแมนติกคอมเมดี้ ฝีมือกำกับของคนทำหนังชื่อไม่คุ้นหู ชูโรงโดยนางเอกสาว จิ๊บ ปกฉัตร ว่าด้วยเรื่องราวความรักอันสดสวยของหนุ่มสาว ออกฉายหลังเหตุการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดงปี 53 หวังสร้างความปรองดองในชาติ ทุนสร้างถึง 50 ล้านบาท แต่สุดท้ายคว้าไปได้เพียง 6 หมื่นบาทเท่านั้น 

ว่ากันว่าปัจจัยที่ส่งผลให้หนังเหล่านี้ทำรายได้ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ ประกอบด้วยโปรดักชั่นการสร้างบรมห่วย ดารานำแสดงไม่ดึงดูด โปสเตอร์ไม่เตะตา คลิปตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมา ตลอดจนการโปรโมทประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง เมื่อคนดูน้อย ทางโรงหนังจึงตัดจำนวนรอบฉายลง และเมื่อไม่มีคนดู กระแสเงียบ   ในที่สุดก็ถูกถอดออกจากโปรแกรม ทั้งที่ฉายได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

มีความคิดเห็นน่าสนใจจาก สุภาพ หริมเทพาธิป นักวิจารณ์อิสระและผู้ก่อตั้งนิตยสาร BIOSCOPE เขาบอกว่าเหตุผลง่ายๆที่คนดูน้อยคือ ไม่เชื่อมั่นในตัวหนัง

“การที่คนอยากดูหนังสักเรื่อง เขาต้องการเข้าไปเพื่อดู ‘อะไรสักอย่าง’ เช่น ไปดูเพราะว่าเป็นหนังฟอร์มใหญ่ เพราะผู้กำกับ นักแสดง เพราะดราม่า ตลก โรแมนซ์ หรืออะไรสักอย่างที่มันเป็นความตั้งใจของเขา หนังที่รายได้ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะสะท้อนถึงคุณภาพของหนังไทยว่าห่วย มันเป็นเฉพาะเรื่อง ซึ่งทางโรงหนังอาจจัดกลุ่มคนดูไม่ได้ จึงต้องตัดรอบ คนก็ไปดูเรื่องอื่น ดังนั้นต้องรู้จักหนังตัวเอง รู้จักคนดู รู้วิธีทางการตลาดว่าจะสื่อสารกับคนดูยังไงให้เข้ามาดูหนังของตัวเอง”

นักวิจารณ์ชื่อดัง ปิดท้ายว่าการทำหนังไม่ใช่จบแค่ทำหนังเสร็จ แต่กลยุทธ์ทางการตลาดในการประชาสัมพันธ์ก็สำคัญไม่แพ้การทำหนังดี

แบ่งปัน